วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่ 3



1.Access       การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต
2.Access Control  การควมคุมการเข้าถึง ระบบการควบคุมการเข้าออกพื้นที่
3.Anti-Virus Software    โปรแกรมป้องกันไวรัส
4.Auditing   การตรวจสอบที่กระทำอย่างอิสระเพื่อให้มั่นใจว่าบันทึกและกิจกรรมต่างๆ เป็นไปตามการควบคุม นโยบาย และระเบียบปฏิบัติที่ได้จัดตั้งขึ้น
5.Authentication เป็นวิธีการที่ใข้ในการตรวจสอบผู้ที่มาใช้งานระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยระบบจะทำการตรวจสอบจาก Username และ Password
6.Authorization    การอนุญาตให้เข้าใช้งานและระดับสิทธิ์ในการเข้าถึง
7.Availability   ความพร้อมใช้งานของข้อมูล
8.Backup    การสำรองข้อมูล
9.Biometrics     การใช้เทคโนโลยีทางด้าน image processing (การใช้คอมพิวเตอร์มาวิเคราะห์ภาพ) ใช้ตรวจสอบหาลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อใช้พิสูจน์ว่าคนนี้เป็นใคร เช่น เครื่อง scan นิ้ว เครื่อง scan ม่านตา ก่อนที่จะระบุคนได้ต้องเก็บข้อมูลไว้ก่อน เช่น เครื่อง scan นิ้ว ต้อง scan เก็บลายนิ้วมือ ไว้ก่อนและบันทึกข้อมูลของเจ้าของลายนิ้วมือ เก็บไว้ก่อนใช้งาน
10.Clean Desk Policy   นโยบายจัดเก็บเอกสาร

คำศัพท์ ครั้งที่ 2



1.Policy   กฎและข้อห้ามต่าง ๆ ที่ผู้ดูแลเป็นผู้กำหนด
2.Principle of Least Privelege            หลักการใช้สิทธิประโยชน์อื่นๆ
3.Privacy  ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ
4.Security incident  เหตุการณ์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ Confidentiality, Integrity หรือAvailability ของระบบ
5.Social Engineering  ปฏิบัติการจิตวิทยาซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการโจมตี เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากนัก และส่วนใหญ่จะใช้ได้ผลดี การโจมตีแบบวิศวกรรมสังคมจะเกี่ยวกับการหลอกให้บางคนหลงกลเพื่อเข้าระบบ เช่น การหลอกถามรหัสผ่าน
6.SPAM    การส่งอีเมล์ที่มีข้อความโฆษณาไปให้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ โดยส่วนใหญ่ทำเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์ มักจะเป็นสินค้าที่น่าสงสัย หรือการเสนองานที่ทำให้รายได้อย่างรวดเร็ว หรือบริการที่ก้ำกึ่งผิดกฎหมาย
7.Spoof    คือการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ของโปรโตคอล ARP เพื่อหลอกให้เหยื่อหลงกล เช่น ทำให้เหยื่อเข้าใจผิดว่าเครื่องของแฮกเกอร์คือ Gateway เพื่อที่จะบังคับให้ข้อมูลที่เหยื่อกำลังส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ (ที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต) วิ่งผ่านเครื่องของแฮกเกอร์แล้วแฮกเกอร์ก็สามารถดักจับข้อมูลที่สำคัญของเหยื่อได้ เช่น ข้อมูลรหัสผ่านหรือCookie/Session ID
8.Trojan Horse  เป็นไวรัสที่แฝงมากับไฟล์อื่นๆ

9.Virus    โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำสำเนาของตัวเอง เพื่อแพร่ออกไปโดยการสอดแทรกตัวสำเนาไปในรหัสคอมพิวเตอร์ส่วนของข้อมูลเอกสารหรือส่วนที่สามารถปฏิบัติการได้ ไวรัสโดยทั่วไปนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย (เช่น ทำลายข้อมูล) แต่ก็มีหลายชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญเท่านั้น
10.Physical Security      การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ

คำศัพท์ ครั้งที่ 1



1.Encryption การเข้ารหัสข้อมูล
2.Firewall การรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่ง จะทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานระหว่าง Network ต่าง ๆ จะคอยตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านเข้ามาเพื่อป้องกันข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์ ตลอดจนข้อมูลที่ไมมีความสมบูรณ์เข้ามาสร้างความเสียหายกับระบบ
3.Hacker  ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เป็นอย่างมาก จนถึงระดับที่สามารถถอดหรือเจาะรหัสระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่นได้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทดสอบขีดความสามารถของตนเอง
4.Hoax  ไวรัสจอมปลอม เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อนกวนที่มีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยไวรัสหลอกลวงพวกนี้จะมาในรูปแบบของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) การส่งข้อความต่อ ๆ กันไปผ่านทางโปรแกรมส่งข้อความ หรือห้องสนทนาต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่จดหมายประเภทนี้จะมีหัวข้อที่ชวนเชื่อ อ้างบริษัทใหญ่ ๆ เป็นการสร้างความเชื่อมั่น
5.Identification  การระบุตัวตน คือขั้นตอนที่ผู้ใช้แสดงหลักฐานว่าตนเองคือใครเช่น ชื่อผู้ใช้ (username)
6.Integrity  ความคงสภาพของข้อมูล
7.Intruder     บุคคลที่จะโจมตีหรือบุกรุกระบบ
8.Malicious User    ผู้ใช้ที่มีความประสงค์ร้าย

9.Passphrase      คือรหัสที่ใช้ในการสร้างคีย์ที่เป็นตัวเลขฐาน 16 (HEX) ตั้งรหัสผ่าน 5 ตัวอักษร สำหรับการเข้ารหัส 64 Bit หรือ 13 ตัวอักษร สำหรับ 128 Bit เมื่อคลิก Submit จะเป็นการสร้างคีย์ (Key) จำนวน 4 ชุด ในช่อง Key0-4 Key จะใช้ในการเริ่มต้นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายกับ Access Point.
10.VPN (Virtual Private Network)  เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร(WAN – Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network